Showing posts with label engineering service 23. Show all posts
Showing posts with label engineering service 23. Show all posts

Saturday, May 5, 2012

พิธีปิดโครงการวิศวบริการ 23

"ความเป็นครู เป็นภาระที่หนัก ที่ยากยิ่ง
ความสำเร็จนั้นอยู่ที่ศิษย์มีความรู้ความสามารถ
โดยเฉพาะมีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต
ซึ่งเป็นหน้าที่ ของครู"

เป็นคำพูดที่ไปเจอมา ชอบมากเลยถ่ายรูปเก็บไว้
เพราะว่ามัน... ไม่รู้สิบอกไม่ถูก
คิดว่าคงเข้าใจกันดี

มาพูดถึงวันนี้ที่ไปร่วมงานพิธีปิดโครงการวิศวบริการครั้งที่ 23 
ที่จัดโดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตร บางเขน กันดีกว่า

18 วันผ่านไปไวจริงๆ กับคนที่ไม่ได้มาทำโครงการเต็มตัวอย่างเรา
จำได้ว่าตอนปีที่แล้วที่จัดนี่รู้สึกว่ามันนานมากเลยทีเดียว
แต่ว่าทำไม มันสั้นเหลือเกินในปีนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่ีรับรู้ได้มากเลยก็คือ
น้องๆพี่ๆยังคงทุ่มเทแรงกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงใจ
และโดยเฉพาะอีกคือน้องๆทีมทำงาน
แม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นโครงการมากนัก
แต่เราเห็นงานที่ออกมา
แล้วก็รู้ดีว่าเหนื่อยแค่ไหน
กว่าจะจัดโครงการนี้ได้

พิธีปิดวันนี้จัดที่ 0410 ตึกชูชาติ กำภู คณะวิศวกรรมศาสตร์
น้องๆมาเต็มห้องเลย ต้องเสริมเก้าอี้เพียบ ^^
สมาชิกชุมนุมจัดการแสดงทั้งฮาทั้งซึ้ง
มีน้องๆออกมาพูดขอบคุณด้วยละ
มีน้องขอเวทีมาร้องเพลงเล่นกีต้าร์ให้ฟังด้วย
เป็นกันเองมากๆเลย
แอบเห็นน้องๆหลายคนร้องไห้นะเนี่ย
(พี่ๆเองก็มีบางคนแอบร้องนะ ^^)

แล้วพอเสร็จก็ลงมาถ่ายรูปกันด้านล่าง คนเยอะมาก บางคนก็อยู่ด้านหลังอีก กล้องมือถือเก็บไม่หมด
นั่นก็เพราะน้องโครงการปีนี้มีอยู่ประมาณ 400-500 คนได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้มาเท่าไร
ปีนี้รับได้น้อยหน่อยเพราะว่ามีปัญหาเรื่องห้องเรียน ก็ดีที่ห้องนึงจะได้มีคนน้อยๆหน่อย เรียนไปได้เร็ว
การได้มาพิธีปิดวันนี้ เป็นการตอกย้ำเรา ให้มั่นใจได้อย่างหนึ่ง
คือ ในโลกใบที่อยู่ยากๆใบนี้
ยังคงมีกลุ่มคนที่อยากจะทำอะไรให้คนอื่น
โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน
แล้วเมื่อมีชุมนุมวิชาการขึ้น
บางส่วนของคนเหล่านี้จึงได้มารวมตัวกัน ทำสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น
ไม่ใช่แค่เพียงคิดอยู่ในใจ
ไม่ใช่แค่เพียงคิดอยู่คนเดียว
แต่ทำออกมาจริงๆ เหนื่อยจริง เครียดจริง
ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นมีเวลาว่างก็ไปเที่ยว
สมาชิกชุมนุมวิชาการต้องเตรียมสอน ต้องขอห้องเรียน ต้องประชาสัมพันธ์โครงการ
ต้องออกข้อสอบ ต้องทำเอกสาร ต้องแก้เอกสาร ต้องทำหนังสือ ต้องขอกล่องพยาบาล ต้องเชิญคณบดี
ต้องรับโทรศัพท์ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ต้องแก้ปัญหา ต้องประชุม ต้อง update web ต้องซีรอกซ์ ต้อง... 
ฯลฯ
ทำไมต้องทำ?
นั่นสิทำทำไมนะ
ไม่รู้สิ รู้แต่ว่ายังคงอยากทำ และยังคงดีใจที่ยังคงมีคนทำต่อ
แม้จะเหนื่อยมากก็ตาม

คำว่า "ครู" นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีว่า "ครุ"
ซึ่งครุ แปลว่าหนัก
การเป็นครูนั้น ไม่ได้เป็นกันง่ายๆเลย
ไม่ใช่สักแต่ว่าทำงานเสร็จ จึงเป็นครูได้
เป็นครูในความคิดของเรานั้นเป็นงานที่หนัก เพราะว่าเป็นการสร้างคน
มันต่างกับการสร้างสิ่งก่อสร้างตรงนี้ละ
เราให้ความรู้เขาไปแล้ว ไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้น จึงเรียกว่าครู
แต่ว่าต้องให้ทางเดินที่ถูกด้วย
เพื่อที่ว่าเขาจะได้เอาความรู้นั้น ไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ซึ่งสุดท้ายแล้ว มันก็จะเป็นประโยชน์กับเขาเองทั้งนั้น
ซึ่งการสอนให้เป็นคนดีนั้น
มันยากกว่าสอนให้เป็นคนเก่งไม่รู้กี่เท่า
ส่วนตัวเราเอง คิดว่า
การสอนที่ดีที่สุดนั้น คือการเป็นตัวอย่างที่ดี
ไม่ได้บอกว่าเราหรือสมาชิกชุมนุมทุกคนเป็นคนดีไปเสียหมด
แต่ทุกคนก็พยายามเป็นคนดี และแน่นอนไม่มีใครดี 100%
แต่อย่างหนึ่งที่ได้แสดงออกไปเป็นตัวอย่างแล้วคือ
การมีจิดใจที่อยากจะให้
ให้ออกไปโดยไม่ได้หวังอะไรเลยนะ
ที่จะตอบแทนกลับมา

อย่างน้อยๆ วันนี้เราค่อนข้างมั่นใจ
ว่าโครงการนี้สามารถปลูกฝังความคิดเล็กๆนี้เอาไว้ให้กับน้องๆที่เข้าร่วมโครงการได้
ความคิดที่คิดจะให้ออกไป
เพราะว่าถ้าได้ลองให้ออกไปแล้ว มันก็จะเกิดการให้ต่อไปเรื่อยๆ
นี่หรือเปล่า คือความมหัศจรรย์ที่เราสามารถสร้างขึ้นเองได้
แล้วจะรู้สึกว่า
โลกนี้มันอยู่ง่ายขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ

Saturday, April 28, 2012

วิศวบริการ 23

วันนี้ได้กลับมาเยี่ยมโครงการวิศวบริการ 23
จัดโดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรบางเขน
สถานที่จัดก็คือภายใน ม.เกษตร บางเขนนี่ละ
จัดการเรียนการสอนใน 3 วิชาคือ Math, Physics, Chem
ให้กับนักเรียนม.ปลายจากทั่วประเทศเลย

ปีนี้เราเป็นรุ่นพี่แล้ว
กลับมาเยี่ยมโครงการเพราะว่าโครงการนี้ไม่ได้มีโอกาสมาสอน
เพราะว่าติดฝึกงานนี้เอง

วันนี้เป็นวันที่พี่ๆเค้านัดกันเพื่อมาเยี่ยมโครงการด้วย
"พี่ๆ" ในที่นี้คือ พี่ๆชุมนุมวิชาการ ที่จบๆกันไปแล้ว
วันนี้ได้อะไรเยอะมากๆ
มีความสุขมากๆด้วย

พอเรามาถึงม. ก็ปรี่เข้าไปที่ห้องชุมนุม
เจอเพื่อนๆที่เป็นทีมทำงานในรุ่นเดียวกับเรา
ซึ่งตอนนี้ก็ต้องอยู่ในฐานะทีมเคยทำงานไปซะแล้ว
พูดให้ดูดีหน่อยก็เป็นที่ปรึกษานั่นเอง ^^

ที่มันปลื้มก็คือ
เราได้กลับมาเห็นโครงการ
ซึ่งมันทำไมเหรอ?
คำตอบก็คือ
ซึ่งมันยังคงมีอยู่ ยังไม่หายไปไหน ยังคงรักกัน ยังคงปรารถนาดี ยังคงไม่หวังอะไรตอบแทน
เพราะว่า เรารู้ดีว่า กว่าจะมาเป็นวิศวบริการได้ มันเหนื่อยขนาดไหน
กล้าบอกได้เลยว่าตั้งแต่ทำกิจกรรมมา ก็ไม่น้อย
จัดวิศวบริการนี่เป็นบทบาที่เราเหนื่อยที่สุดแล้ว
ต้องติดต่อฝั่งราชการ คือมหาลัย ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ เชิญคณบดี ไปจนถึงเรื่องขอ xerox 
ต้องติดต่อโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นพันโรง
ต้องติดต่อผู้ปกครอง ครู นักเรียน
แล้วก็ต้องเตรียมการสอนด้วยนะ
เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่ก็ยังจัด
เพราะอะไรนะ?
ยังหาคำตอบที่ตรงกับใจอยากจะพูดออกมาไม่ได้สักที
ทั้งๆที่เหนื่อยก็เหนื่อย เครียดก็เครียด
ปัญหาเยอะแยะ เวลาเล่นก็ลด เวลาเรียนก็ลด
เพื่อนๆตั้งหลายคนก็บอกให้ออกมาสิ
แต่ก็ยังคงจัดจนได้
ซึ่งเรารู้ดีว่า
รุ่นน้องก็ต้องเหนื่อยอย่างนี้เหมือนกัน
ยังไงก็ต้องเหนื่อย
คนที่จัดโครงการแล้วบอกว่าไม่เหนื่อย
เราว่าคือคนที่ไม่ค่อยได้เข้ามาทำจริงๆ

วันนี้ได้เห็นรุ่นน้องจัดโครงการ
แอบเดินเข้าไปดูในห้อง 0410 ที่ตึกชูชาติ กำภู
ก่อนเข้าห้องเจอบอร์ดที่ให้น้องๆโครงการมาเขียนความรู้สึดจากการทำข้อสอบ quiz


เห็นแล้วน่ารักดี ^^ อาจจะเพิ่งติด เพราะว่าเพิ่งจะ quiz ไปเมื่อวาน เลยโล่งๆอยู่
อ่านแล้วก็ขำ บางคนก็ว่ายาก บางคนก็ว่าง่าย
แต่ชอบอันนี้ อ่านแล้วอยากเดินไปถามน้องคนเขียน


ว่ามันยากขนาดพระเจ้ายังต้องจอดเลยเหรอน้อง ^^

พอเข้าไปในห้องก็เจอน้องๆกำลังเรียนเคมีกันอยู่


สอนโดยน้องไอซ์ ซึ่งเป็นน้องรุ่นทีมทำงานนี่เอง :>
ชอบตรงที่ว่า ตอนน้องเค้าสอน พอเหลือเวลาก็เล่าเรื่องให้น้องๆฟัง
เป็นเรื่องที่ฟังสนุกแต่ว่ามีข้อคิด
ข้อคิดที่สำคัญคือ อย่าประมาท
ฟังแล้วเราก็ต้องเอามาเตือนตัวเองด้วยนะ อย่าประมาท
จริง เพราะว่าการใช้ชีวิตของคนปัจจุบันนี้ ต้องบอกว่าประมาทมาก

หลังจากนั้นก็เป็นช่วง relax คือสันทนาการพอดี
ในโครงการนี้มอบหมายให้น้องๆปีหนึ่งจัดสันทนาการ
มองดูแล้วก็รู้สึกว่า น้องๆเก่งนะ
เก่งมากเลย คิดกิจกรรมมาค่อนข้างดี
เล่นแล้วน้องเล่นด้วย เล่นแล้วฮา
แต่ก็มีบางอย่างเกินไปบ้าง
อันนี้เราๆปีสามเห็นแล้วก็มาจดๆกันไว้

พอตอนประชุมประจำวัน
เราก็เอาสิ่งที่เราพบมาพูดกัน
เอาจริงๆนะไม่อยากจะทำเลย เพราะมันคือการดุน้อง คือการติน้อง แต่ว่าเราไม่ได้ประจานนะ
คุยกับเพื่อนว่าไม่อยากทำเลย มาวันเดียว มาถึงก็เหมือนมาจับผิดน้อง
ในสิ่งที่น้องตั้งใจทำ
แต่เพื่อนบอกว่า
มันก็ต้องทำนะ
จริงละ มันก็ต้องทำ ปี1 ต้องโดนเตือนบ้าง ให้เข้ารูปเข้ารอย
ก็ต้องเตือนกันแบบผู้มีการศึกษานะ
คือพูดกันด้วยเหตุด้วยผล
ไม่รู้เหมือนกันว่าน้องเค้าจะรับฟังแล้วเอาไปทำตามรึเปล่านะ
แต่อยากให้น้องๆเข้าใจจังเลย
ว่าสิ่งที่ทำมันมีผลมากนะ
ไม่ว่าจะพูดอะไร ทำอะไร
เพราะนั่นคือทำในนามของ ม.เกษตร นะ

หลังจากประชุมเสร็จก็ไปทานข้าวกัน
พี่ๆจัดหนักมากกกก 555
พาไปร้านสวยมากเลย
เล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะ
เพื่อนๆน้องๆพี่ๆที่ไปทานข้าวกัน อันนี้แค่โต๊ะเดียวนะ มีโต๊ะอื่นอีก :]

พี่ๆบางส่วนแนะนำตัว
ไม่น่าเชื่อนะ
คงมีไม่กี่ชมรมหรอก
ที่คนทีจบไปแล้วเกือบ 20 ปีจะกลับมา
ไม่ได้กลับมาคนเดียวนะ
มากันเยอะมากเลย เกือบทุกรุ่นเลย
วันนี้ไปกินกันประมาณ 40 คนได้
มีรุ่นพี่บางคนจบไปก็ไปเป็นอาจารย์อยู่ที่ภาคเคม
อยากมีอาจารย์ที่ภาคเป็นรุ่นพี่ชุมนุมบ้างจัง ^^
เคยเกิดคำถามในใจเหมือนกันว่า
ทำไมรุ่นพี่เค้าถึงกลับมา มากมายขนาดนี้?
เพราะว่าเขารักเหรอ
หรือว่าเขาประทับใจ
อาจจะเพราะว่าเป็นความสุข
โครงการดีๆแบบนี้
ให้อะไรที่ไม่หวังผลตอบแทน
และเกิดผลกระทบในมุมกว้าง
ฟังพี่เค้าเล่าแล้วพบว่ามันเกิดผลกระทบในมุมกว้างมาก
มีผลกระทบต่อประเทศชาตินะ
ข้อนี้เราก็เคยคิดอยู่ว่า
เพราะว่าชาติจะพัฒนาได้
คนต้องพัฒนา
ทางหนึ่งที่คนจะพัฒนาคือพัฒนาการศึกษา
และสิ่งที่โครงการเราให้น้องมันมากกว่าการศึกษาในตำรา มากกว่าการให้กำลังใจในการเรียน
มันให้การเป็นตัวอย่าง
ตัวอย่างในการทำอะไรให้คนอื่นโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน
อยากให้น้องๆโครงการได้ซึมซับตรงนี้ไปเหมือนกัน
เพราะความรู้เป็นเหมือนมีด
จะเอาไปทำกับข้าวก็มีข้าวกิน ดำรงชีวิต
จะเอาไปฆ่าคนคนก็ตาย ทำลายชีวิต

เคยมีเพื่อนที่ภาคคนหนึ่งถามเหมือนกันว่าชุมนุมวิชาการทำอะไร
ก็ตอบไปว่าสอนหนังสือ
เพื่อนก็บอกว่างี้รวยเลยสิ
ก็บอกไปว่าไม่ได้ตังค์
เพื่อนก็บอกมาประโยคหนึ่ง ฟังแล้วจุกเลย
"ไม่ได้ตังค์อะทำทำไม"

ไปไม่เป็นเลย ไม่รู้จะพูดยังไง 555
ฟังแล้วความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นด้วยก็คือสงสารนะ
ว่าเขาจะไม่เคยได้รัรบความรู้สึกแบบที่เราได้เลย
ความรู้สึกที่น้องโครงการเดินมาขอบคุณ คือเสียงที่น้องพูดออกมามันคือขอบคุณจริงๆ
หรือว่าการที่น้องมาบอกว่าเข้ามหาลัยได้แล้วนะ
หรือว่าแค่การที่น้องเค้าตั้งใจฟังที่เราสอนในคาบก็ตาม

แต่จะว่าเพื่อนก็ไม่ได้
มันอยู่ที่คนคิด ความสุขของคนเราก็แตกต่างกันไป
ก็อยู่ที่มุมที่มอง